12
2010
อีกครั้งกับ “แม่ น้ำประแส” ห้องรับแขกของ “เมืองแกลง”
“แม่น้ำประแส” ห้องรับแขกของ “เมืองแกลง”
วันก่อน, ผมไปล่องแม่น้ำประแสมาครับ (ตรงกับวันสุนทรภู่ 26 มิ.ย.) อยู่ในท้องที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เป็นแม่น้ำที่ร่มรื่นใสสะอาด ดารดาษไปด้วยไม้ป่าชายเลนนานาชนิด อาทิ โกงกาง แสม ลำพู ลำแพน และต้นจาก ขาไปนั่งสปีดโบ๊ตแล้วไปต่อแพลากด้วยเรือยนต์ แล่นไปตามลำน้ำอันงดงาม รับประทานอาหารค่ำไปพลาง ชมหิ่งห้อยไปพลาง ธรรมชาติช่างสวยงามเสียนี่กระไร ท่ามกลางพระจันทร์สุกสกาว เพราะขึ้น 15 ค่ำ
แม่น้ำประแส เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชาวอำเภอแกลง จังหวัดระยองทั้งหมด “น้ำประปา” ก็ผลิตมาจากแม่น้ำประแสนี้เหมือนกัน
ความจริง แม่น้ำประแสสายนี้ ผมได้ยินชื่อเสียงมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยเด็กๆ จากชื่อเรือรบหลวงที่ติดชื่อไว้ท้ายเรือว่า “ร.ล.ประแส” จอดลอยลำอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยา (ภายหลังเกิดกบฏแมนฮัตตัน รัฐบาลจึงให้ย้ายเรือรบที่จอดเรียงแถวออกไปอยู่ที่ฐานทัพเรือสัตหีบทั้งหมด) เรือรบสมัยก่อนมักจะใช้ชื่อ “แม่น้ำ” หรือเมืองสำคัญมาตั้งชื่อเรือรบ เช่น แม่น้ำแม่กลอง หรือแม่น้ำท่าจีน เป็นต้น โดยเฉพาะ ร.ล.ประแสลำนี้มีประวัติมาโชกโชน เคยผ่านสมรภูมิรบ หรือสงครามระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้มาแล้วในฐานะไทยเราเป็นสมาชิกของ องค์การสหประชาชาติ ส่งทหารพร้อมเรือไปร่วมรบเป็นเวลา 2 ปีกว่า เริ่มตั้งแต่ปี 2495 และสิ้นสุดในปี 2497
เรือหลวงประ แสเป็นเรือฟริเกต คอยแล่นคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน เรือลำเลียง และเรือกวาดทุ่นระเบิด เคยระดมยิงข้าศึกตามชายฝั่งเป็นครั้งคราว โดยมียุทธบริเวณตั้งแต่ “ปูซาน” ถึง “วอนซาน” ในเกาหลีอย่างดุเดือด ร.ล.ประแสได้สร้างชื่อเสียงทางด้านทหารและศักยภาพให้กับประเทศไทยมา แล้วอย่างยิ่งใหญ่ บัดนี้ ร.ล.ประแสก็ได้เกษียณอายุไปแล้วเหมือนคน เรือรบหลวงส่วนมากเขาจะทำเป็นพิพิธภัณฑ์ อย่างกับ ร.ล.แม่กลองตั้งอยู่ที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ จังหวัดสมุทรปราการ แต่ ร.ล.ประแสตั้งเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความภาคภูมิใจในการเข้าร่วมต่อสู้ในสงคราม ปัจจุบันเรือลำนี้เขานำมาตั้งอยู่ที่ ต.ปากน้ำประแส อ.แกลง จ.ระยอง ให้ประชาชนทั่วไปได้ชื่นชม
แม่น้ำประแส มีความยาวประมาณ 180 กม. ต้นน้ำอยู่ที่ ต.เขาอ่างฤาไน อ.ท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ไหลมาลงที่ปากน้ำประแส ก่อนลงสู่อ่าวไทย แม่น้ำประแสเปรียบเหมือนห้องรับแขกของอำเภอแกลงที่ใช้รับรองแขกที่มาเยือน ด้วยการล่องเรือชมทิวทัศน์ และรับประทานอาหารไปพร้อมๆ กัน ผมชอบอากาศหอมสดชื่นของมวลไม้นานาชนิด โดยเฉพาะต้นลำพูตามปกติในเวลาค่ำคืน จะเห็นหิ่งห้อยเปล่งแสงกะพริบแวววับสวยงาม แต่เราไปเป็นจังหวะเดือนหงายแทบจะไม่เห็นแสงมันเลย ถึงจะมีก็น้อยมาก หรือที่นี่หิ่งห้อยตัวเมียดุเลยกินตัวผู้เสียหมดก็ไม่รู้ ทั้งนี้เนื่องจากหิ่งห้อยบางชนิดจะชอบกินหิ่งห้อยด้วยกัน ตัวผู้จะตกเป็นเหยื่อของตัวเมียเสมอ เพราะถูกหลอกล่อด้วยแสงกะพริบแห่งความรัก แต่พอเข้าใกล้ยังไม่ทันอะไรก็จับกินเสียแล้ว
ระหว่าง ล่องเรือตอนเย็นได้พบเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ออกหาปลา ด้วยอวนบ้าง เบ็ดราวบ้าง หรือแหบ้าง ทอดแต่ละครั้งก็ได้กุ้งปลามาเยอะพอสมควร แสดงถึงความชุกชุมของสัตว์น้ำ ซึ่งมีทั้งปลากระบอกและปลาเห็ดโคน ว่ายกันมาเป็นฝูงๆ เพราะแม่น้ำแห่งนี้มี 2 สถานะ มีทั้งน้ำทะเลและน้ำจืดที่ไหลมาสนธิกำลังกัน…เอ๊ยไหลมาผสมกัน เป็นน้ำจืด 10 เดือน น้ำกร่อย 2 เดือน
พวกเรานั่งเรือลำเล็กๆ ประมาณ 4-5 ลำ เพื่อไปลงแพต่อ จอดอยู่ห่างจากท่าเรือที่เราลงเรือประมาณ 2-3 กม. เรือที่เราลงเป็นเรือเร็วต่างจากเรือลำอื่นๆ ซึ่งเป็นเรือธรรมดาๆ แต่เราก็แล่นเร็วไม่ได้เพราะคลื่นลูกใหญ่ จะทำให้เรือเพื่อนล่มได้ ในที่สุดก็ ดิเรก ถึงฝั่ง โดยปลอดภัยทุกลำ
พูดถึง อำเภอแกลง หรือ “สามย่าน” แห่งนี้ ผมเคยไปเที่ยวตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่น โบกรถบรรทุกไปซำเหมากับเพื่อน 2 คน อาศัยที่เพื่อนมีญาติเปิดร้านค้าและทำสวนยางอยู่ที่นั่นก็เลยไปอาศัยพักกิน นอนอยู่กับเขาเป็นอาทิตย์ (ตอนนั้นยังเกรงใจคนไม่เป็น) กลางวันก็ปั่นรถจักรยานออกเที่ยว ค่ำก็กลับบ้าน ส่วนมากจะไปเที่ยวที่หาดแม่พิม ตั้งแต่ยังไม่มีถนนขี่จักรยานลัดเลาะไปตามสวนยางบ้าง สวนเงาะบ้าง สวนทุเรียนบ้าง ขึ้นเนินลงเนินฝุ่นสีแดงฟุ้งตลบเมื่อมีรถยนต์วิ่งสวนทางมา หาดแม่พิม น้ำทะเลใส หาดทรายขาวสะอาดสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนั้นอย่าว่าแต่โรงแรมหรือรีสอร์ทเลย บ้านสักหลังก็ยังไม่มี ทะเลเปล่าเปลี่ยวมาก เราลงเล่นน้ำโต้คลื่นกันทุกครั้งที่ไปถึง
หลาย ปีต่อมา ผมก็ไปเที่ยวที่หาดแม่พิมอีก ตอนนี้ทำงานเป็นนักข่าวในสังกัดของหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านไปปลูกบ้านตากอากาศอยู่ที่นั่นในฐานะที่เป็นบ้านหลังแรกๆ ผมจำได้ว่าวันที่พวกเรากองบรรณาธิการสยามรัฐไปที่นั่น เป็นวันเกิดของท่าน (20 เมษายน) พอดี
สิ่งที่ประทับใจพวกเราก็คือ ท่านได้นั่งทอดกุ้งเทมปุระให้พวกเราที่ล้อมวงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ซึ่งไม่มีวันจะลืมเลือนไปได้ ที่ครั้งหนึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีของเมืองไทยได้ทำกับข้าวให้พวกเรารับประทาน ด้วยมือของท่านเอง กุ๊ก “โออิชิ” หรือ “ฟูจิ” ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ว่าแน่ๆ เทียบกันแล้วก็ยังสู้ฝีมือของท่านไม่ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.banmuang.co.th
Comments
Powered by Facebook Comments
No related posts.

An article by ilryadmin











