May
3
2010

ทะเลรวมรส สดจากระยอง

เที่ยวทะเลใกล้กรุง เยือนอุทยานแห่งชาติเขาเเหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่สิ้นมนต์ ก่อนลงเรือทักทายฝูงปลาที่เกาะทะลุ

คู่มือเที่ยวไทยส่วนใหญ่ให้ข้อมูลตรงกันว่า หากคุณหลงใหล ความมหัศจรรย์ของโลกใต้ทะเล ต้องไม่พลาดทริปดำน้ำในอันดามัน ถ้าชื่นชอบกิจกรรมชายหาด แสงสียามราตรีต้องที่ภูเก็ต หรือพัทยา

..

ทว่า ใครก็ตามที่ปรารถนาเป็นส่วนตัวประเภทหาดทราย สามลม สองเรา ต้องพยายามควานหาเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีในคู่มือการท่องเที่ยว…

สำหรับคนรักทะเลที่ไม่ได้ปรารถนาความเป็นที่สุด หากเพียงมองหาสถานที่สักแห่งที่จะทำให้วันหยุดสุดสัปดาห์เป็นช่วงเวลาแห่ง การสะสมพลังงาน คืนความเบิกบานให้กับชีวิตอีกครั้ง


ไม่ต้องเตรียมตัวให้วุ่นวาย เพราะห่างจากกรุงเทพฯไปเพียง 200 กว่ากิโลเมตร เท้าที่เคยชินกับความแข็งกระด้างของพื้นปูนจะได้สัมผัสกับความเนียนละเอียด ของผืนทราย สายตาที่อ่อนล้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์จะผ่อนคลายด้วยสีฟ้าใสของน้ำทะเล การเมืองสีเหลืองสีแดงจะหายไปทันทีเมื่อปลาหลากสีเข้ามาทักทายนักดำน้ำหน้า ใหม่ ขณะที่สีเขียวๆ รอบตัวไม่มีเหตุอันใดให้ต้องหวาดระแวง นอกจากสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด

เรื่องอาหารทะเลสดๆ ไม่ต้องพูดถึง แต่ที่มีมากกว่าคือ ผลไม้หลากชนิดในราคากันเอง ใช่แล้ว…เรากำลังพูดถึงสถานที่พักผ่อนในจังหวัดชายฝั่งอ่าวไทย “ระยอง” เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้

อาทิตย์ตกที่เขาแหลมหญ้า


ใครที่เคยไประยอง คงนึกถึงที่พักริมหาดบ้านเพ หาดแม่รำพึง ก้นอ่าว หรือไม่ก็ตามเกาะต่างๆ โดยเฉพาะ เกาะเสม็ด ซึ่งได้รับสมอ้างให้เป็นเกาะแก้วพิสดาร ปลายทางของคู่รักตั้งแต่รุ่นคุณแม่จนถึงปัจจุบันที่ดูเหมือนจะเป็นชุมชน แออัดของนักท่องเที่ยวไปแล้ว

แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบแสงสี ชายหาดระยองยังมีที่พักเรียบง่ายท่ามกลางความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาเเหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด

อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในอำเภอแกลง และอำเภอเมือง จังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่บนฝั่งและในท้องทะเล ตลอดจนเกาะต่างๆ ประกอบด้วยเกาะเสม็ด เกาะจันทร์ เกาะทะลุ เกาะกุฎี เกาะมะขาม และเกาะปลายตีน

บ้านพักของอุทยานมีให้เลือกหลากหลายทั้งบนฝั่งและบนเกาะ แต่ทริปนี้เราเลือกพักบนฝั่งบริเวณเขาแหลมหญ้า ซึ่งมีลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ ติดชายทะเล ที่นี่ยังคงสภาพป่าไว้บางส่วน ขณะที่ชายหาดไม่ต้องห่วงเรื่องความสงบและเป็นธรรมชาติ เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานฯ ยกเว้นช่วงวันหยุดยาวที่นักท่องเที่ยวอาจเดินทางเข้ามามากจนเกินพิกัด และบางคนก็ไม่ค่อยเคารพกฎ กติกา มารยาทของสถานที่ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอนุรักษ์มากกว่าท่องเที่ยว

ตามประสาคนชอบแวะ เราแวะเที่ยวโน่น ชิมนี่ตลอดทาง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดน้ำสี่ภาค พัทยาใต้, สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จ.ระยอง หรือร้านอาหารที่หมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะต้องมาชิมให้ได้อีกหลายแห่ง

กว่าจะถึงอุทยานฯ จึงค่อนไปทางบ่ายแก่ กิจกรรมเรียกน้ำย่อยของวันแรกเป็นการเดินสำรวจรอบๆ ที่พัก ซึ่งสิ่งที่ยืนยันสภาพป่าทึบในอดีตที่ลือกันว่าเคยเป็นที่ซ่องสุมของโจรสลัด ก็คือ ป้ายเตือนให้ระวังลิงป่าที่ติดอยู่ตามหน้าต่างและใกล้ที่พัก รวมถึงสัตว์ป่า (ตัวเล็กๆ) บางชนิดที่ยังหลงเหลือ

แม่บ้านเล่าว่า ถ้านักท่องเที่ยวนำอาหารหรือขนมวางไว้แล้วไม่ปิดหน้าต่างประตูให้ดี บางครั้งลิงจะลงมาเป็นสิบๆ ตัวเลยทีเดียว แต่โชคดีที่ยังไม่มีประวัติทำร้ายนักท่องเที่ยว

แม้ค่อนข้างเชื่อว่ามีบรรพบุรุษเดียวกัน แต่เพื่อความไม่ประมาทก่อนออกไปกินลมชมวิว หน้าต่างทุกบานจึงได้รับการตรวจตราลงกลอนอย่างแน่นหนา

จากที่พักมีป้ายบอกทางลงไปชายหาดและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เราเลือกฝากรอยเท้าบนผืนทรายก่อน อากาศไม่ร้อน แดดไม่แรง และโชคดีที่ฝนไม่ตก เดินไปไม่ทันเหนื่อยก็ถึงสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในทะเล “ที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากเวดดิ้งสตูดิโอ..” ใครบางคนให้ข้อมูลไว้อย่างนั้น

เสียดายที่วันนี้ไม่มีว่าที่บ่าว-สาว มีแต่ก๊วนหนุ่ม (เหลือน้อย) กับสาวโสด (สนิท) ที่อาศัยปลายสะพานเป็นที่นั่งทอดอารมณ์

ตามข้อมูลของอุทยานฯ จุดที่น่าสนใจในอาณาบริเวณของอุทยานเขาแหลมหญ้าฯ ได้แก่ หินขาว หินดำ และอ่าวเครื่องบินตก ส่วนด้านทิศใต้จะมีแหลมประดับ ซึ่งบางครั้งเรียก แหลมยา หรือ แหลมหญ้า มีสภาพเป็นดงหญ้าตั้งแต่ชายฝั่งขึ้นไปจนเกือบถึงยอดเขาสวยงามมาก

“จากแหลมประดับไปทางทิศตะวันออกเป็นอ่าวสลัดและแหลมตาล มีสภาพเหมือนย่อส่วนจากแหลมพรหมเทพที่เกาะภูเก็ต บริเวณอ่าวสลัดมีดงปะการังใกล้ชายฝั่งที่ยังบริสุทธิ์อยู่”

กินลมชมวิวกันจนแสงอาทิตย์เริ่มอ่อนแรง เราเห็นพ้องต้องกันว่าได้เวลาไปชิมอาหารทะเลสดๆ ซึ่งมีให้เลือกมากมายตามแนวชายหาดแม่รำพึง จากนั้นจะได้ไปรอชมพระอาทิตย์ตกกันที่แหลมประดับ

การเฝ้ารอแสงสุดท้ายที่นี่ อาจไม่อลังการเท่าแหลมพรหมเทพ แต่ก็ไม่ต้องแย่งชิงมุมเหมาะๆ สำหรับถ่ายภาพ ไม่ต้องฟังเสียงเซ็งแซ่ของผู้คนที่ตื่นเต้นเป็นพิเศษกับกิจวัตรของพระ อาทิตย์

ปล่อยให้สายตาลำดับภาพที่อยู่ตรงหน้า ปล่อยให้ความเงียบพาเราเข้าสู่ความจริงที่ว่า..ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่เพียงไร

ทักทายฝูงปลาที่เกาะทะลุ


ไปทะเลทั้งที ถ้าเนื้อตัวไม่เปียกและเค็มคงเรียกว่า “ไปไม่ถึง” และถ้าใครกำลังคิดว่า ทะเลระยองจะสวยแค่ไหนกันเชียว ขอให้ลบภาพเก่าๆ ออกไปก่อน จากนั้นมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือแถวบ้านเพ ที่มีบริการเรือโดยสารไปเกาะเสม็ด วิธีการง่ายๆ สะดวกและประหยัด คือการซื้อแพ็คเกจทัวร์แบบไป-กลับในหนึ่งวัน เพียงเท่านี้คุณก็จะพบกับมุมมองที่ไม่เหมือนเดิม แต่มีข้อแม้ว่า…วันนั้นฟ้าฝนต้องเป็นใจด้วย

โดยไม่มีข้อมูลมาก่อน เราใช้บริการทัวร์ของท่าเรือนวลทิพย์แบบวัดดวง เพราะกว่าจะเดินทางมาถึงท่าเรือก็สายแล้ว เลือกโปรแกรมดำน้ำดูปะการังที่ เกาะทะลุ เกาะกุฎี และแวะชมฟาร์มปลาที่เกาะเสม็ด

รายการนี้รวมอาหารกลางวัน ผลไม้ และเครื่องดื่ม ราคาต่อหัว 650 บาท (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้) ไม่รวมค่าเรือโดยสารไปเกาะเสม็ด เพราะต้องไปขึ้นสปีดโบตที่นั่น

45 นาทีโดยประมาณ จากฝั่งถึงเกาะเสม็ดดูเหมือนทุกคนจะใช้เวลาในการเล่าความหลัง..ครั้งแรกที่ เกาะแห่งนี้ ซึ่งส่วนใหญ่(เคย) ประทับใจในหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสๆ และบรรยากาศน่ารักๆ ของที่พักราคากันเอง

เสม็ดวันนี้อาจจะมีหน้าตาเปลี่ยนไปบ้าง เหมือนหญิงสาวที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน แต่เธอยังคงยิ้มอย่างเป็นมิตร เสียดายที่เราไม่มีเวลาทักทาย…


เรือเร็วพาตัดคลื่นไปยังจุดดำน้ำบริเวณเกาะทะลุ ชูชีพพร้อม สน็อกเกิลพร้อม ได้เวลากระโจนลงน้ำ ฟ้าสวยแดดใสส่องให้เห็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ลึกลงไปใต้ผืนน้ำ แม้จะไม่มีปะการังหลากสีหรือปลาสวยงามอย่างทะเลอันดามัน แต่ปลารับแขกอย่างปลาสลิดหินก็ช่วยเติมสีสันให้กับบรรดาผู้คนที่มาลอยคออยู่ ด้วยกันได้ไม่น้อย โดยเฉพาะสาวๆ ที่เผลอคิดว่าตัวเองเป็นนางเงือก ว่ายหยอกล้อกับฝูงปลาอย่างสนุกสนาน

ดำน้ำกันพอหอมปากหอมคอ เราขึ้นไปพักผ่อนบน เกาะกุฎี หาดทรายขาวโค้งรับน้ำทะเลสีฟ้าใส กิ่งก้านของต้นไม้เหมือนประติมากรรมริมชายหาด เป็นภาพที่ยากจะละสายตา

แต่แล้ว…กลิ่นบาร์บีคิวที่ลอยมาดูเหมือนจะมีอานุภาพมากกว่า ทุกคนเดินไปนั่งประจำโต๊ะ อาหารมื้อนี้ดูจะอร่อยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสับปะรดหวานๆ ที่เอามาแก้ความเค็ม(ของน้ำทะเล)ได้ชะงัด

เกาะกุฎี หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เกาะกุด เป็นเกาะหนึ่งในวรรณกรรมของสุนทรภู่ อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะเสม็ด ใกล้กับเกาะนี้ยังมีเกาะขนาดเล็กอีก 2 เกาะ คือ เกาะท้ายค้างคาวและเกาะถ้ำฤๅษี มีหาดทรายสวยงามเหมาะแก่การเล่นน้ำและตั้งแคมป์ รอบเกาะมีแนวปะการังซึ่งบางจุดอยู่ไม่ไกลชายหาดสามารถออกไปสน็อกเกิลได้ อย่างสะดวก หรือถ้าใครติดใจน้ำใสๆ หาดทรายสวยๆ ของที่นี่ อยากจะค้างแรมก็ติดต่อหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เพื่อกางเต็นท์แบบแนบชิดธรรมชาติได้

เราจบทริปด้วยการไปชมฟาร์มปลา นอกจากชมและถ่ายภาพแล้ว ยังสามารถให้อาหารกับมือ บางตัวแทบจะงับเอามือคนให้ไปด้วยซ้ำ เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดเป็นระยะ

ช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ เผลอแป๊บเดียวสปีดโบตก็พานักท่องเที่ยวกลับมาส่งที่เกาะเสม็ด ร้านอาหารหลายแห่งบนหาดทรายขาวเริ่มจัดโต๊ะเตี้ยๆ ตรงชายหาด บนโต๊ะมีเทียนเตรียมไว้สำหรับดินเนอร์แสนโรแมนติกในค่ำคืนนี้

ถึงจะเสียดายเล็กน้อยที่ต้องกลับขึ้นฝั่ง แต่ไม่มีใครเสียใจ เพราะคืนนี้..เราจะกลับไปนอนดูดาวที่เขาแหลมหญ้า

ระหว่างเรือโดยสารพาคนแปลกหน้านับสิบชีวิตมุ่งหน้าสู่ฝั่ง รอยยิ้ม เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นจังหวะ แสงอาทิตย์เริ่มจับขอบน้ำส่องประกายสีทองกระเพื่อมไหว นี่อาจไม่ใช่ภาพที่สวยที่สุด แต่เป็นการเดินทางอีกครั้งที่น่าประทับใจที่สุด…

* การเดินทาง

ถ้าขับรถยนต์มาเองจะสะดวกที่สุด จากกรุงเทพฯ เดินทางไปได้หลายเส้นทาง เส้นทางแรกใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เป็นระยะทาง 220 กม. หรือขับไปตามทางหลวงหมายเลข 3 และแยกซ้ายจากถนนสุขุมวิทตรง กม.ที่ 136.5 เข้าทางหลวงหมายเลข 36 เป็นระยะทาง 185 กม. เส้นทางที่ 3 คือไปตามทางหลวงหมายเลข 34 และเข้าทางหลวงหมายเลข 3138 โดยผ่านอำเภอบ้านบึง เป็นระยะทาง 179 กม. เส้นทางที่ 4 ไปตามทางหลวงหมายเลข 3 และเข้าทางหลวงหมายเลข 344 (สายบางนา-ชลบุรี-แกลง) จากตัวเมืองระยองจะมีป้ายบอกทางไปหาดแม่รำพึง สามารถขับรถไปตามถนนเลียบริมทะเล สุดทางถนนจะบังคับเลี้ยวซ้าย อุทยานเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ดจะอยู่ซ้ายมือ บริเวณบ้านก้นอ่าว ถ.หาดแม่รำพึง-เพ ต.เพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง สอบถามโทร 0-3865-3034

สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีรถของบริษัทขนส่ง จำกัด ทั้งรถยนต์โดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ระหว่างกรุงเทพฯ-บ้านเพ ออกจากสถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท ประมาณชั่วโมงละคัน ตั้งแต่เวลา 05.00-20.30 น.

* ที่พัก

บ้านพักของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีให้เลือกหลากหลายทั้งบ้านพักเดี่ยว (แอร์, พัดลม) ค่ายเยาวชน และสถานที่กางเต็นท์ นักท่องเที่ยวสามารถจองที่พักได้ด้วยตนเองผ่านทางอินเทอร์เน็ต www.dnp.go.th เท่านั้น (กรมอุทยานฯไม่มีตัวแทนการจองที่พักกับภาคเอกชนรายใดทั้งสิ้น) จองล่วงหน้าได้ 60 วัน จองต่อเนื่องได้ครั้งละ 3 วัน กำหนดชำระเงินภายใน 2 วันทำการ ณ เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศเท่านั้น หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ทำการจองให้โดยโทรมาที่ 0-2562-0760 หรือจุดจองที่พักในส่วนภูมิภาค

หากสนใจพักบน เกาะกุฎี ที่นี่ไม่มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว แต่มีเต็นท์ให้เช่า ราคา 200 บาท/คน/คืน ในกรณีที่นักท่องเที่ยวนำเต็นท์ไปเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์ 20 บาท/คน/คืน (ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-3865-3034 หรือโทร. 0-2561-2919, 0-2561-2921

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก กรุงเทพธุรกิจ

Comments

Powered by Facebook Comments

No related posts.

Leave a comment

Popular Tag

flash drive ปลอดไวรัส rayong Rayong Aquarium กระดูก กาแฟ ของดีเมืองระยอง ของดีเมืองระยอง ผ้าบาติระยอง นาตาขวัญ คู่เลิฟตะลอนทัวร์ระยอง ทำร้ายสมอง ที่เที่ยวในระยอง ท่องเที่ยวระยอง นาตาขวัญ ปากน้ำประแสร์ระยอง ปากน้ำระยอง ปากแม่น้ำประแสร์ ป้องกันไวรัส ผู้หญิง ผ้าบาติกระยอง พระเจดีย์กลางน้ำ ระยอง ระยอง ประวัติระยอง เทศการผลไม้และของดีเมืองระยอง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สมอง สุขภาพ อันตรายถึงชีวิตถ้าคิดบดยากิน อาหาร อ่าวลุงดำเกาะเสม็ด เกาะเสม็ด เทคนิคการจำ เทคนิคการจำ..ฝึกได้ง่ายๆ เที่ยวระยอง เสริมสร้างมวลกระดูก โรคจาการทำงาน อาการปวด จากการทำงาน หรือความเครียด โฮมสเตย์ระยอง

QR Code

ระยอง

เพื่อนบ้าน

เพื่อนบ้าน คลับคนรักรถ
sex Toys