Jan
17
2012

ชุมชนบ้านจำรุง

“เศรษฐกิจพอเพียง” ประโยคนี้ดูจะ คุ้นหูและความรู้สึกของประชาชนในยุคนี้…โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสให้ปวงชนชาวไทยได้มีสติ รู้จักคิด รู้จักใช้ งดใช้เงิน-ของฟุ่มเฟือย เพื่ออนาคตของทุกคนจะได้ไม่ยากลำบากในยามเศรษฐกิจทรุด

เมื่อไม่นานมานี้ พล.ต.ภุชพงศ์ พงษ์ศิริ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานอนุกรรมการประสานงานภายในประเทศ เป็นหัวหน้าคณะ นำคณะอนุกรรมการ พร้อมด้วย พล.ต. สุรัตน์ บรรเทาทุรามัย ที่ปรึกษา กรมกิจการพลเรือนทหาร พ.อ.ปรารภ สระวาสี ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการจิตวิทยากรมกิจการพลเรือนทหาร พ.อ.สิทธิชัย มากกุญชร ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร และ เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน จำนวน 60 คน ร่วมเดินทางศึกษาดูงานในพื้นที่ภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว เพื่อศึกษาปัญหาสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อความมั่นคงและการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต โดย ในส่วนของจังหวัดระยอง ทางคณะได้เข้าดูงานที่ “บ้านจำ รุง” ต.เนินฆ้อ อ.แกลง

บ้านจำรุง ตั้งอยู่หมู่ ที่ 7 ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ภาคตะวันออกของประเทศไทย ด้วยสภาพความเป็นอยู่ในชุมชน เน้นการพึ่งพาตนเอง จนเป็นที่ยอมรับและเป็นตัวอย่างที่ดี มีผู้มาศึกษาดูงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ตลอดทั้งปี หมู่บ้านจำรุงส่งเสริมให้ประชาชน ได้นำผักพื้นบ้านมารับประทาน อาทิ ดอกอัญชัน ยอดมะระ ขมิ้นชัน ชะอม ใบชะพลู ใบบัวบก ยอดเสม็ดแดง ฯลฯ ใช้ประกอบเป็นอาหารหลัก รวมถึงชวนเชิญนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเป็นลูกค้าของร้านส้มตำจำรุงได้บริโภคผักพื้นบ้านเหล่านี้ จนกระทั่งได้เป็นสัญลักษณ์ของชุมชน ที่นักท่องเที่ยวรู้จักและคุ้นเคย กลุ่มผู้สูงอายุบ้านจำรุงเป็นตัวอย่างของการรวมกลุ่มเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพมากมาย อาทิ ผลิตข้าวซ้อมมือบรรจุถุงจำหน่ายในร้านค้าของชุมชน เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดี โดยมีโรงสีข้าวชุมชนเองมีการผลิตข้าวซ้อมมืออย่างต่อเนื่อง และนำเศษแกลบรำส่งให้กับกลุ่มเกษตรกรพื้นบ้านทำปุ๋ยชีวภาพ และนำปลายข้าวขายให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงตะพาบน้ำ

นอกจากนี้บ้านจำรุงยังก่อตั้ง กลุ่มธนาคารขยะ ผู้คนในชุมชนได้เห็นคุณค่าของเศษของที่เหลือใช้ แม้แต่ขยะมีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มธนาคารขยะและสิ่งแวดล้อมรับซื้อขยะทุกประเภทมีการคัดแยกขยะแต่ละประเภท สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ทำให้เด็ก เยาวชนได้รับรู้ถึงขยะสิ่งของเหลือใช้ปลูกฝังค่านิยม ทัศนคติในการรักษ์สิ่งแวดล้อม เมื่อมีคนมาศึกษาดูงาน กลุ่มผู้ใช้น้ำจะรวมตัวกันทำอาหารเลี้ยงรับ รอง โดยใช้ผักพื้นบ้านเป็นอาหารหลักให้รับประทาน รายได้นำไปเป็นกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน นอกจากนี้บ้านจำรุงยังมีการบริการที่พักชุมชนโฮมสเตย์ ให้กับนักท่องเที่ยว ผู้สนใจในวิถีชีวิตที่เน้นการพึ่งพาตนเอง ได้มาสัมผัสและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้การบริหารจัดการชุมชน โดยมีแกนนำที่มีศักยภาพ สามารถพัฒนาสังคมชุมชนที่พร้อมต่อการเรียนรู้ นำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ นำมาปรับใช้ในปี 2548 ได้นำชุมชน เครือข่ายชุมชน ผู้นำชุมชน เข้าสู่โครงการมาตรฐานชุมชน (มชช.) และสามารถผ่านการประเมินจากคณะกรรมการ ติดตามประเมินผล ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด เป็นจุดนำร่องต้นแบบ เผยแพร่ แนะนำชุมชน อื่น ๆ เพื่อเข้าสู่การประเมินมาตรฐานชุมชนในปีต่อ ๆ ไป

นายชาติชาย เหลืองเจริญ ประธานศูนย์การเรียนรู้ของชุมชนบ้านจำรุง เล่าให้ฟังถึงรูปแบบการจัดการชุมชนจนได้รับเลือกให้เป็นชุมชนนำร่องว่า การทำหมู่บ้านให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวนี้ ไม่ได้มุ่งหวังเรื่องเงิน แต่มุ่งหวังเรื่องการเรียนรู้ ปัญหาคือ ชุมชนอ่อนแอเพราะขาดความรู้ ถ้าเราแบ่งคนเป็น 3 ฐาน ฐานที่ 1 คือคนระดับมันสมอง จะไหลออก ไม่อยู่ในชุมชน ผู้ที่เรียนหนังสือจนสำเร็จการศึกษามักไม่กลับไปบ้านเกิด ทำให้ชุมชนอ่อนแอไปเรื่อย ๆ ต้องหาทางให้คนกลุ่มนี้กลับมา ซึ่งยากเพราะแต่ละคนมีภารกิจหน้าที่ต้องดูแลครอบครัว เพราะฉะนั้นจึงต้องทำให้คนกลุ่มที่ 2 และ 3 ที่อยู่ในพื้นที่ให้เก่งให้ได้ กลุ่มที่ 3 คือฐานล่าง ที่สุด เพราะมีการเรียนรู้ช้า ต้องใช้เวลาในการพูดคุยหรือทำงานมากกว่ามาตรฐานคนปกติ 3 เท่า จึงจะสามารถขยับตัวขึ้นมาเป็นคนกลุ่มที่ 2 ได้ และทำให้คนกลุ่มที่ 2 พัฒนาเป็นคนกลุ่มที่ 1 แต่ก็อยากให้คนกลุ่มที่ 1 ที่เคยออกจากพื้นที่ กลับมาเยี่ยมเยียนบ้าน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนในพื้นที่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว อีก 10 ปีข้างหน้าหมู่บ้านนี้จะมีองค์ประกอบทุกอย่างพร้อม เราต้องการเด็กที่เก่งเรื่องการเงินสักคนหนึ่งมาบริหารจัดการเรื่องธนาคาร อยากได้ผู้จัดการมินิมาร์ทสักคนหนึ่งมาบริหาร เงินเดือนเพียง 7-8 พันบาทก็อยู่ได้ อยากได้วิศวกรโรงงานสักคนหนึ่ง กินเงินเดือนสักหมื่นมาอยู่ที่โรงงาน สิ่งเหล่านี้ได้วางแผนไว้แล้ว แต่ต้องใช้เวลาต่อไป เพราะเป็นงานพัฒนาคน สร้างคนรุ่นใหม่จากชุมชน ส่งเสริมการศึกษาซึ่งได้มีการวางแผนกันไว้แล้วว่าคนไหนจะไปอยู่จุดไหน ผู้นำชุมชนบอกถึงทิศทางการพัฒนาชุมชน วันนี้เราต้องให้ความสำคัญกับชุมชนฐานล่างให้มากขึ้น ให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าผลลัพธ์ ควรมีศูนย์การเรียนรู้ทั่วประเทศไทย เพราะศูนย์การเรียนรู้มีค่า เราจึงเปิดมหาวิทยาลัยที่สอนหลายสิ่งหลายอย่าง อย่างเช่น วิชาส้มตำก็สอนให้ฟรี ถ้าเขากลับไปปลูกมะละกอสัก 5 ต้นก็คุ้มแล้ว สอนทุกเรื่องที่อยากรู้ สามารถนำไปประกอบอาชีพได้โดยไม่ต้องพึ่งพาใครอีก

นางอุทัย รัตนพงศ์ ประธานกลุ่มเกษตรกรพื้นบ้าน กล่าวว่า “ยายทำสวนปลูกหลายอย่าง เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง มะปราง ส้มโอ กระท้อน เป็นไร่นาสวนผสม ใช้ทั้งปุ๋ยเคมีและสารเคมี แต่ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้ว ใช้ปุ๋ยหมักสบายใจกว่า ทำเกษตรแบบพอเพียง ถ้าเรารู้จักพอก็รวยแล้วทุกวันนี้ต้นทุนการผลิตลดลงมาก จากที่เคยเป็นหนี้ก็มีเงินเหลือฝากธนาคารมากขึ้น อาทิตย์ละ 500 บาท แค่นี้ก็พอใจแล้ว”

ปัจจุบันบ้านจำรุงมีทุนทางสังคมที่ได้จากการเรียนรู้เรื่องของการพึ่งพาตนเองมากว่า 20 ปีเต็ม มีกลุ่มกิจกรรมมากกว่า 20 กลุ่ม มีประสบการณ์ ต่าง ๆ มีบุคลากรที่มีความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน มีภูมิปัญญาท้องถิ่น มีประเพณีวัฒนธรรม…ชุมชนบ้านจำรุง จึงเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง.

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
10 กุมภาพันธ์ 2552

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

http://sites.google.com/site/banjumrung/Home
http://banjumrung.blogspot.com/

Comments

Powered by Facebook Comments

No related posts.

Leave a comment

Popular Tag

flash drive ปลอดไวรัส rayong Rayong Aquarium กระดูก กาแฟ ของดีเมืองระยอง ของดีเมืองระยอง ผ้าบาติระยอง นาตาขวัญ คู่เลิฟตะลอนทัวร์ระยอง ทำร้ายสมอง ที่เที่ยวในระยอง ท่องเที่ยวระยอง นาตาขวัญ ปากน้ำประแสร์ระยอง ปากน้ำระยอง ปากแม่น้ำประแสร์ ป้องกันไวรัส ผู้หญิง ผ้าบาติกระยอง พระเจดีย์กลางน้ำ ระยอง ระยอง ประวัติระยอง เทศการผลไม้และของดีเมืองระยอง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ สมอง สุขภาพ อันตรายถึงชีวิตถ้าคิดบดยากิน อาหาร อ่าวลุงดำเกาะเสม็ด เกาะเสม็ด เทคนิคการจำ เทคนิคการจำ..ฝึกได้ง่ายๆ เที่ยวระยอง เสริมสร้างมวลกระดูก โรคจาการทำงาน อาการปวด จากการทำงาน หรือความเครียด โฮมสเตย์ระยอง

QR Code

ระยอง

เพื่อนบ้าน

เพื่อนบ้าน คลับคนรักรถ
sex Toys